FANDOM


เนื้อเริ่อง ingress เท่าที่มีคนรวบรวมไว้ล่าสุดEdit

เนื้อเรื่องแปลมาจากเพจ http://niantic.schlarp.com/investigation:characters:lore


เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นด้วย จากข่าวพาดหัวที่ว่า National Intelligence Agency (NIA) ซึ่งเป็นหน่วยงานลับสุดๆ ของรัฐบาลสหรัฐได้ปิดตัวลงไปแล้วตั้งแต่ปี 92 แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ปิด

NIA ได้ตระหนักถึงผลงานวิจัยที่เผยหลักฐานว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่น (ที่ไม่ใช่มนุษย์) ที่ทรงภูมิปัญญาจากต่างมิติ หลักฐานดังกล่าวอยู่ในรูปแบบของข้อมูลที่มีแบบแผนมากถูกเข้ารหัสอยู่ในอนุภาคของ Exotic Matter (XM) จากการสืบค้นต่อไปได้แสดงว่าข้อมูลที่บรรจุอยู่ใน XM นั้นสามารถมีผลกระทบ และสร้างแรงบันดาลใจกับมนุษย์ได้ หลักฐานบ่งชี้ว่า XM กำกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เฉพาะบางอย่าง ตัวอย่างเช่น จุดศูนย์กลางของประชากรที่รวมตัวกันในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกจะเป็นบริเวณที่มี XM รั่วไหลเข้ามาจากอีกโลกหนึ่งมากเป็นพิเศษ

ผู้มีอำนาจเบื้องหลัง NIA เกรงว่ามนุษยชาติอาจกำลังพ่ายแพ้ในสงครามระหว่างมิติ ซึ่งได้ดำเนินมาตลอดตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของมนุษย์ และเราเพิ่งจะค้นพบนี่เอง ก็เลยพยายามรวบรวมทีมงานเพื่อศึกษา XM และคุณลักษณะที่มันมีผลโน้มน้าวจิตใจ และพยายามดัดแปลงเพื่อใช้เป็นอาวุธ

โดยสมมติฐานว่าอาวุธและงานวิจัยเหล่านี้จะถูกใช้ต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่า Shaper ที่ NIA อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการรั่วไหลของ XM เข้าสู่โลกของเรา แต่เรื่องตลกของอาวุธนี้คือว่ามันใช้กับฝ่ายไหนก็ได้ ข้อน่าสังเกตอย่างหนึ่งคือในข้อมูลที่รั่วออกมาจาก NIA ตราบจนทุกวันนี้ไม่มีการแชร์ความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามของ XM ให้กับผู้มีอำนาจหรือมหาอำนาจอื่น ๆ (ในบทสนทนาระหว่า NIA Operation Director กับ Lead Engineer ที่อยู่เบื้องหลัง Scanner App แสดงให้เห็นว่า ผู้ชนะในทุกสงครามคือ "ผู้ผลิตอาวุธ" นั่นเอง)

ทีมงานวิจัยที่รวบรวมขึ้นภายใต้ชื่อว่า Niantic Project ประกอบด้วยผู้คนจากหลากหลายสาขา แต่มีจุดร่วมคือมีความไวต่อ XM เป็นพิเศษ ฐานปฏิบัติการของทีมอยู่ที่ CERN ในสวิทเซอร์แลนด์ ซึ่งสามารถใช้อำพรางตัวเนียนๆ ไปกับการวิจัย Higgs Boson ได้ง่าย

ในขณะที่นักวิจัยทำงานกับ XM ที่ CERN นั้น พวกเขาก็เกิดแรงบันดาลใจจากมันด้วย ราวกับว่า XM นั้นเองกำลังสอนพวกเขาให้สร้างสิ่งต่าง ๆ เช่น Resonator และ XMP bursters เหมือนกับแบบพิมพ์เขียวของของพวกนี้ถูกฝังมากับข้อมูลที่เข้ารหัสอยู่ในอนุภาคของ XM แรงบันดาลใจที่มาจาก XM ยังทำให้ทีมก้าวหน้าในงานสาขาอื่น ๆ อีกด้วย ตัวอย่างเช่นการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ Turing-Capable Artificial Intelligence ที่ชื่อว่า ADA

เมื่อพวกเขาพัฒนาแนวทางเพื่อใช้ประโยชน์จากเซนเซอร์และเสาอากาศของโทรศัพท์มือถือตามท้องตลาดทั่วไปเพื่อนำมาใช้ติดตามฐานข้อมูลจุดควบแน่น XM ทั่วโลก และเพื่อจัดการ XM ตามพอร์ทัลต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อบีบอัดและจัดเก็บข้อมูลของมัน timeline ของเหตุการณ์ถูกรบกวนเล็กน้อย

โทรศัพท์ของนักวิจัยคนหนึ่งชื่อ Dr. Devra Bogdanovich ตกไปอยู่ในมือของคนทั่วไปในซานฟรานซิสโก agent ของ NIA ได้ตามเอาตัวเครื่องคืนมาได้ แต่ไม่นานหลังจากนั้นแอพ scanner ก็รั่วออกสู่สาธารณะ (อาจจะมาจากข้อมูล backup ของโทรศัพท์) Niantic Project ก็เลยตัดสินใจปล่อยแอพไว้อย่างนั้น เพราะถ้าไปปิดมันอาจเป็นการดึงดูดความสนใจได้ นอกเหนือไปจากนั้น การที่โปรแกรมรั่วออกไป ทำให้ทีมวิจัยได้รับ XM และข้อมูลจำนวนมากจากพอร์ทัลทั่วโลก (XM ที่แอพเก็บ จะถูกส่งในรูปแบบข้อมูลที่บีบอัดแล้วไปให้เซิร์ฟเวอร์ของ Niantic ที่ CERN)

อย่างไรก็ดี แอพที่รั่วออกมานี้ดั๊นมี training สอนวิธี link พอร์ทัลและสร้าง control field มาด้วย และยังมีข้อความถึงผู้ใช้ให้เลือกฝ่าย Enlightened เป็นเสียงของ Roland Jarvis ปฏิมากรและเป็นผู้ไวต่อ XM ที่ทำงานในโครงการด้วย เขาถูกสอบสวนและปฏิเสธว่าไม่เคยส่งข้อความดังกล่าว และโปรแกรมจับเท็จของ ADA ก็ระบุว่าจาร์วิสให้การตามความเป็นจริง

นักวิจัยของ Niantic Project ได้เฝ้าสังเกตุ cf ที่ถูกสร้างขึ้นและพบว่าประชากรที่ถูก cf ครอบจะได้สัมผัสกับ XM ในระดับเดียวกันกับที่นักวิจัยได้รับในห้องทดลอง ดร. Bogdanovich คิดว่ามันอันตรายเกินไป และคาดเดาผลที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ จึงเกรงกลัวและพยายามจะปิดโครงการ Niantic Project ลง แต่ไม่สำเร็จ เพราะผ.อ. (Operation Director) ต้องการให้ทำต่อไป ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า cf มี 2 ขั้ว และพวกเขาเกรงว่า Shaper จะอยู่เบื้องหลัง cf สีเขียวที่กางโดย Enlightened

Niantic ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถยังยั้งอะไรๆได้ พวกเขาไม่รู้ว่าใครปล่อยแอพออกไป และพวก Enlightened patch โปรแกรมได้อย่างไร ถ้าเขาปิดเซิร์ฟเวอร์และเอาแอพออกจากเพลย์สโตร์ ก็จะไม่สามารถติดตามการใช้งานแอพของพวก Enlightened ที่มีแอพแล้วได้ และยังจะทำให้โครงการเป็นที่สนใจอีกด้วย ดังนั้นพวกเขาก็เลยเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่เฉย ๆ และเชื่อว่ากิจกรรมของ agent ที่ไม่ได้เลือกสีเขียวจะเพียงพอที่จะคานอำนาจกับสีเขียวไว้ได้ และไม่ว่าฝ่ายใดจะนำอยู่ กิจกรรมของทั้งคู่ก็ส่งข้อมูลมหาศาลของ XM กลับมาให้ใช้ทำการทดลองที่ CERN อยู่ดี ดังข้อสังเกตุข้างต้น ผู้ผลิตอาวุธเป็นผู้ชนะในทุกสมรภูมิ

การทดลองดำเนินต่อไป จนถึงการปล่อยสิ่งประดิษฐ์ใหม่ชื่อว่า Power Cube ในระดับห้องทดลอง แต่การปล่อยผิดพลาด Power Cube ลุกไหม้อย่างรุนแรงและทำให้ผู้อยู่ในห้องแลบได้รับ XM ขนาดมหาศาล (ยกเว้น Hank Johnson ซึ่งไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์นอกสถานที่) เหตุการณ์ดังกล่าวภายหลังเรียกกันว่าคืนศักดิ์สิทธิ์ (Epiphany Night)

ท่ามกลางความโกลาหลของอุบัติเหตุ Power Cube, Jarvis และ ดร. Bogdanovich ได้โอกาสทำตามแผนที่จะหลบหนีจากห้องทดลองของ Niantic เหตุจูงใจของจาร์วิสก็คือเขาถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับ Shaper เพื่อทำการ patch แอพ, ส่วน ดร. คือความรู้สึกว่าความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปของเธอ ถูกละเลยโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

คอมพิวเตอร์ ADA สั่งให้ทีม รปภ. ฆ่าจาร์วิส, และจัดฉากให้เหมือนว่าฆ่า ดร. Bogdanovich ด้วย แต่ความจริงแล้วเป็นฉากบังหน้าให้ ดร.หนีไปซูริคทางรถไฟ ด้วยเหตุผลใดยังไม่แน่ชัด มีข้อบ่งชี้ว่าเมื่อเธอไปถึงซูริค เธอได้ติดต่อเพื่อนร่วมงานเก่าเพื่อตั้งแล็บวิจัย XM ขึ้นเป็นอิสระจาก Niantic Project

ตรงนี้เองที่มีความประหลาดเกี่ยวกับเวลาเกิดขึ้น ในคืนที่ ดร. หนีไปซูริค เธอได้โยนโทรศัพท์ทิ้ง ซึ่งเป็นโทรศัพท์เครื่องเดียวกันกับที่ไปปรากฏในซานฟรานซิสโกหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น

เราอาจจะเดาเอาได้ว่ามีการบิดเบือนกาลเวลาบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการปลดปล่อย XM จำนวนมากในคืนศักดิ์สิทธิ์ อีกเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความประหลาดด้านเวลาคือเวลาของศพของจาร์วิสถูกหยุดไว้ที่ขณะที่เขากำลังจะตาย ทำให้ไม่สามารถชันสูตรอะไรต่อไปได้ หนึ่งเดือนหลังจากนั้นก็เริ่มมีเสียงจาร์วิสคุยออกมาจากพอร์ทัลต่าง ๆ บอกว่าเขายังไม่ตาย นอกจากนั้นเหตุการณ์ในคืนศักดิ์สิทธิ์ และผลกระทบจะถูกบันทึกไว้ในสคริปหนังที่ยังไม่ได้ถ่ายทำและหนังสือที่ยังไม่ได้พิมพ์ ซึ่งทั้งสองอย่างมีอายุหลายปีมาแล้ว

ข้อมูลส่วนใหญ่ในที่นี้ผ่านมาถึงเราทางบล็อกที่ nianticproject.com ซึ่งดูแลโดยผู้ใช้ชื่อภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า "หมวกฟอยล์ดีบุก" ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้แสวงหาความจริง ซึ่งได้โพสต์วิดิโอจำนวนหนึ่งภายใต้ชื่อ Klue

ประมาณหนึ่งเดือนหลังจากที่มีเสียงของจาร์วิสออกมาทางพอร์ทัลเพื่อประกาศว่ายังไม่ตาย ได้เกิดความผิดปรกติของ XM (XM anomaly) ขึ้นรอบๆบ้านเกิดของ Klue ที่สก็อตแลนด์ จาร์วิสต้องการใช้ anomaly เพื่อส่งสาส์นถึงผู้ค้นหาความจริง (ในที่นี้คือ Klue) แต่พวก Resistance สามารถบล็อกเอาไว้ได้ ทำให้ข้อความสั้นลงและอาจจะบิดเบือนบางอย่าง (บางคนอ้างว่าใช้เทคนิคควบคุมจิตใจแบบเดียวกับ Shaper) น่าเห็นใจพวก Enlightened ที่หลงเชื่อว่าได้รับสาส์นจริง แต่ในขณะนั้น Klue พบว่าตนเองมีความสนใจในแนวทางเดียวกับ Resistance

ในขณะเดียวกัน กลุ่มอำนาจเบื้องหลัง Niantic Project พบว่าตัวเองกำลังสูญเสียการควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ พวกเขามีศพของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้ตายจริง ๆ, อีกคนหนีไปได้, และอีกหลายคนที่ถูกขังไว้ในแล็บก็กำลังมีพฤติกรรมแปลกประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ, หลายคนแสดงความเห็นอกเห็นใจวิถีของ Enlightened

Misty Hannah หนึ่งในผู้ถูกขังนั้น ได้รับรู้ถึงคลื่นของ XM anomaly ของจาร์วิสที่สก็อตแลนด์ (และก่อนหน้านั้น anomaly ขนาดเล็กกว่าของ Hank Johnson ที่อาฟริกา) และเริ่มใช้พลังจิตของเธอเพื่อสร้าง anomaly ของตัวเองบ้าง ทำให้เธอมีพลังเทเลพอร์ทตัวเองจากที่คุมขังในสวิซสู่อิสระภาพในเท็กซัส Enlightened ชนะใน anomaly ครั้งนี้ จึงถือได้ว่าเธอเป็นหนี้บุญคุณสีเขียว อย่างไรก็ดี เธอพยายามเทเลพอร์ทอีกครั้งข้ามลอสแองเจลีส แต่ถูก Resistance ขัดขวางไว้ได้

เมื่อไม่นานมานี้ ดร. Oliver Lynton-Wolfe นักวิจัยและกลุ่มตัวอย่างผู้มีส่วนรับผิดชอบแอพสแกนเนอร์ และพัฒนาสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับ XM ที่ agent (และเป็นคนที่ถูกคนอื่น ๆ สงสัยว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของ Shaper) ได้ประกาศแผนการปล่อย Power Cube ออกสู่ภาคสนาม และอนุญาติให้ agent level สูงชวน agent ได้เพิ่มขึ้น การตัดสินใจทั้งสองอย่างไม่ได้ผ่านการอนุมัติจาก ผ.อ.

แน่นอนว่าการรวบรวมครั้งนี้ยังคงทิ้งคำถามไว้หลายข้อ:

อะไรคือต้นเหตุของแอพที่รั่ว และมี training เรื่อง link กับ cf ได้ยังไง ไม่เกี่ยวกับ project ? หลาย ๆ คนโทษว่าเป็นฝีมือของ ดร. Bogdanovich กับแล็บอิสระของเธอ แต่มันขัดกับความต้องการของเธอที่ปฏิเสธการปล่อยให้สาธารณชนสัมผัสกับ cf?

โทรศัพท์ของ ดร. ย้อนเวลาได้อย่างไร? ถ้าแล็บของ ดร. เป็นคนปล่อยแอพและโทรศัพท์ของเธอเป็นช่องทาง แอพมันจะไปอยู่บนโทรศัพท์ได้อย่างไรในเมื่อเธอโยนทิ้งไปก่อนตั้งแล็บ?

อะไรคือแรงจูงใจให้ ADA ฆ่าจาร์วิส แต่ปล่อยให้ ดร. Bogdanovich หนีไป และยังปกปิดเป็นเวลานานพอที่จะให้หนี?

จาร์วิสเป็นวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ในจักรวาลของ XM หรือเป็นแค่ Shaper ที่เลียนเสียงจาร์วิส?

เราจะเชื่อถือได้อย่างไรว่า ผลการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ จาก XM ไม่ว่าจะเป็น ADA, แอพสแกนเนอร์, เรส, ปืน, ฯลฯ ที่ใช้ ๆ กันอยู่ จะปลอดภัยจากอิทธิพลของ Shaper ? (คำถามนี้ซีเรียสเฉพาะ Resistance เท่านั้น)